ความรู้ตอบโต้สารเคมี
CHEMICAL HAZMAT
การจัดการสารเคมีหกรั่วไหลนี้ มีที่มา และ อ้างอิงหลักๆ จากมาตรฐานสากล
NFPA 472 : Standard for Competence of Responders to Hazardous Materials / Weapons of Mass Destruction Incidents.
NFPA 1072 : Standard for Hazardous Materials / Weapons of Mass Destruction Emergency Response Personnel Professional Qualifications.
OSHA (29 CFR 1910.120) HAZWOPER (Hazardous Waste Operations and Emergency Response)

ขั้นแรกคือการตั้งสติและประเมินสถานการณ์เบื้องต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย
- Site Management and Control
การจัดการและควบคุมพื้นที่
ขั้นแรกคือการตั้งสติและประเมินสถานการณ์เบื้องต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย
- การกั้นเขต: แบ่งพื้นที่เป็น 3 โซน (Hot, Warm, Cold Zone)
- ทิศทางลม: ตั้งฐานปฏิบัติการเหนือลม (Upwind) และที่สูง (Uphill)
- การเข้าถึง: ควบคุมทางเข้า-ออก เพื่อไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องได้รับอันตราย

- Identifying the Problem
การระบุปัญหา
ต้องรู้ให้ชัดว่า ” เรากำลังสู้กับอะไร “
- ตรวจสอบข้อมูล: ดูป้าย UN Number , NFPA 704 ( Diamond Shape )
หรือเอกสาร SDS ( Safety Data Sheet )
- สถานะสาร: เป็นก๊าซ ของเหลว หรือของแข็ง และ มีปริมาณเท่าไหร่

- Hazard and Risk Evaluation
การประเมินอันตรายและความเสี่ยง
วิเคราะห์ว่าสารนั้นส่งผลอย่างไรต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
- อันตราย: กัดกร่อน, ไวไฟ, เป็นพิษ หรือระเบิดได้?
- ความเสี่ยง: ประเมินโอกาสที่จะเกิดการแพร่กระจายไปยังชุมชนหรือแหล่งน้ำใกล้เคียง

การเลือกอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
- Select Personal Protective Equipment
การเลือกอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
เลือกชุด และ อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับระดับความอันตราย ( Level A, B, C หรือ D )
- Level A: ป้องกันสูงสุด Vapor-protective ใช้เมื่อไม่ทราบชนิดสารหรือสารมีความเข้มข้นสูงมาก
- SCBA : ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในพื้นที่ Hot Zone
- Information Management and Resource Coordination
การจัดการข้อมูลและการประสานงาน
การสื่อสารคือหัวใจสำคัญ
- จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ [ ICP ]
- ประสานงานหน่วยงานภายนอก เช่น โรงพยาบาล, กรมควบคุมมลพิษ หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- Implement Response Objectives
การปฏิบัติการตามแผนที่วางไว้
ลงมือแก้ไขปัญหาตามแผนที่วางไว้ โดยเน้นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก
- Offensive Mode: เข้าไปหยุดการรั่วไหล ( ปิดวาล์ว, อุดรอยรั่ว )
- Defensive Mode: เน้นการกักกั้น ( สร้างคันกั้น, ฉีดฝอยละอองน้ำเพื่อสลายไอระเหย ) โดยไม่สัมผัสสารโดยตรง

- Decontamination – DECON
การชำระล้างสารปนเปื้อน
ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะออกจากพื้นที่ หรือก่อนนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ต้องผ่านการล้างตัว ( ต้องเตรียมก่อนเข้าดำเนินการเสมอ )
- เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสารพิษ Secondary Contamination ไปยังพื้นที่สะอาดหรือ Cool Zone
- Terminate the Incident
การสิ้นสุดการปฏิบัติงาน
เมื่อควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ต้องมีการเก็บรายละเอียดปัญหา
- Debriefing: ประชุมสรุปผลงานทันทีหลังจบภารกิจ
- Reporting: ทำรายงานอย่างเป็นทางการ
- Restoration: การฟื้นฟูพื้นที่และตรวจเช็คอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานในครั้งต่อไป
**คุณกำลังมองหาหลักสูตรอบรม ที่ได้มาตรฐาน ระดับสากล >>>เรียนรู้เพิ่มเติม<<<**
TFGC มั่นใจด้วย มาตรฐาน TSV framework ที่ทำให้ผู้เรียนนำไป ใช้จริงได้ และตรวจสอบหลักสูตรได้ทุกขั้นตอน


![Emergency Response Team [ ERT ]HERO ผู้พิทักษ์ความปลอดภัยในองค์กร](https://tfgc-safety.com/wp-content/uploads/2026/03/ertteam1_1024_1024-768x768.webp)